fbpx
News & Entertainment

เปิดไทม์ไลน์ ทหานอียิปต์ ติดCovid เข้าออกไทย ไปเดินห้าง ไม่กักตัว

234

วันที่ 13 ก.ค. 2563 นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การ Covid 19 หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์ผู้ติดใหม่ 3 ราย โดย 1 ใน 3 รายนี้ เป็นทหารอียิปต์ อายุ 43 ปี นับเป็นผู้ติดรายที่ 3,220 ของประเทศไทย ซึ่งมีไทม์ไลน์ที่น่าสนใจ และเสี่ยงต่อการแพร่ COVID 19 ดังนี้

6 ก.ค. 2563 เดินทางจากกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ ไปยังสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

7 ก.ค. 2563 เดินทางจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไปยังปากีสถาน

8 ก.ค. 2563 เดินทางมาถึงสนามบินอู่ตะเภา เข้าพักที่โรงแรมแห่งในซึ่งเป็น State Quarantine ใน อ.เมืองระยอง

9 ก.ค. 2563 ออกจากโรงแรมใน จ.ระยอง ไปสนามบินอู่ตะเภา เพื่อบินไปทำภารกิจทางการทหารที่เมืองเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน และกลับมาวันเดียวกันเข้าพักที่โรงแรมแห่งเดิม

10 ก.ค. 2563 หน่วยปฏิบัติการควบคุมการติดต่อ (CDCU) อ.เมืองระยอง เข้าคัดกรองอาการคณะเดินทางและลูกเรือ เก็บตัวอย่างส่งตรวจทั้งคณะ 31 ราย

11 ก.ค. 2563 คณะดังกล่าวเดินทางออกจากประเทศไทยกลับไปยังอียิปต์ ซึ่งขณะนั้นผลตรวจยังไม่ชัดเจน จึงส่งตรวจซ้ำ

12 ก.ค. 2563 ผลออกมายืนยันว่าติด Covid 19

ทั้งนี้ นายแพทย์ทวีศิลป์ กล่าวต่อไปว่า ที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กวันนี้มีการพูดคุยกัน แม้จะเป็นลูกเรือต่างชาติเข้ามาในไทยตามข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ฉบับที่ 12 ในข้อ (5) ผู้ควบคุมยานพาหนะหรือเจ้าหน้าที่ประจำยานพาหนะซึ่งจำเป็นต้องเดินทางเข้ามาตามภารกิจและมีกำหนดเวลาเดินทางออกนอกราชอาณาจักรชัดเจน โดยรายนี้เดินทางมาลงที่สนามบินอู่ตะเภา จึงต้องเกิดการทบทวนมาตรการการปฏิบัติกันใหม่ ทำให้โรงแรมดังกล่าวใน จ.ระยอง ถือว่าเป็นสถานที่เสี่ยง ซึ่งมาตรการสอบสวน ต้องครอบคลุมโรงแรมนี้ทั้งหมด ขณะที่นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ก็มีข้อสั่งการให้ออกมาตรการคุมเข้มในเรื่องนี้ เพื่อให้เกิดการตรวจสอบอย่างละเอียด แม้ว่าผู้ติด จะกลับประเทศตนเองไปแล้ว

ภาพจาก NBT

ที่สำคัญ ระหว่างสอบสวนพบว่า ขณะที่ผู้ป่ว ยยังไม่ได้รับการตรวจสอบยืนยันผลการติด กลุ่มนี้มีการออกจากโรงแรมที่กักตัวไปสถานที่บางแห่งใน จ.ระยอง รวมถึง ห้างสรรพสินค้าบางแห่งด้วย เจ้าหน้าที่สอบสวน จะต้องลงพื้นที่สัมผัสทุกแห่ง จึงรายงานเพื่อให้ประชาชนชาวระยองรับทราบ พร้อมยืนยันว่า ศบค. ไม่ปกปิดข้อมูล โดยสำนักงานป้องกันควบคุม พื้นที่จะร่วมกับทีมส่วนกลาง สอบสวน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยของทุกคน และหากคิดว่าตนเองมีความเสี่ยงสัมผัสกับผู้ติด ให้ติดต่อไปยังสายด่วนกรมควบคุม 1422 ทันที