fbpx

บุกร้อง สธ.สอบ รพ.ดัง ทำคลอดเด็กทารกดับ 40 คน

538

วันที่ 12 ตุลาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 3 ผู้เสียหายหมอทำคลอดลูกเสียชีวิต เข้าเรียกร้องความเป็นธรรมจากกระทรวงสาธารณสุข ระบุภายใน 1 เดือน โรงพยาบาลแห่งนี้ ทำทารกหลังคลอดเสียชีวิต 40 ศพ

ลูกหนูไม่ใช่กอหญ้า เอาลูกหนูไปแล้วกลับไปทำเป็นศพไร้ญาติ ทั้งๆ ที่มีหนูเป็นแม่ วันที่จะเอาศพลูกไปรวมกับอีก 40 ศพ ทำไมไม่โทรมาแจ้งหนูจะได้ไปเอาลูกคืน วันคลอดมดลูกเปิด 3 เซนติเมตร ให้นอนรอคลอดแล้ว แต่ยังให้หนูกลับบ้านอีก พอมาอีกวันลูกตายบอกรกพันคอ ทั้งๆ ที่ตรวจแล้วไม่มีอะไรผิดปกติมันเป็นไปได้หรือ ลูกหนูทั้งคนทำแบบนี้ได้ยังไง คำพูดที่ยังแฝงไปด้วยความเจ็บปวดของนางธัญญาลักษณ์ เสือขำหนึ่ง ผู้เป็นแม่หนึ่งในผู้เสียหายที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรสาครทำคลอดแล้วเสียชีวิต

โดยนางธัญญาลักษณ์เล่าว่า สาเหตุที่ทำให้ลูกตนเองตาย เพราะแพทย์ปล่อยให้รอการทำคลอดนาน และตนเองก็มีอาการตกเลือดร่วมด้วย หลังคลอดลูกออกมาด้วยวิธีทางธรรมชาติ หมอผู้ทำคลอดบอกว่า ลูกเสียชีวิตจากสาเหตุรกพันคอ และตนเองก็ถูกพาตัวไปที่ห้องไอซียู หลังออกมาจากห้องไอซียู สามีเล่าให้ฟังว่าทางโรงพยาบาลจะนำศพลูกไปทำพิธีกรรมให้ และนำร่างไปเป็นอาจารย์ใหญ่ จึงทำให้เธอยินยอม และทำใจยอมรับให้โรงพยาบาลยกร่างลูกไป ซึ่งตั้งแต่เสียชีวิตจนถึงขณะนี้เป็นเวลาถึง 7 เดือน ตนเพิ่งจะทราบว่าลูกไม่ได้ถูกนำไปเป็นอาจารย์ใหญ่ แต่กลับถูกนำไปรวมกับศพเด็กไร้ญาติจำนวน 40 ศพ ที่เสียชีวิตจากโรงพยาบาลแห่งนี้ โดยที่ผ่านมาโรงพยาบาลไม่เคยแจ้งว่าได้มีการเก็บศพไว้ หากทราบว่าศพลูกจะถูกกระทำเช่นนี้ เธอจะนำศพกลับไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาตั้งนานแล้ว

ด้านนางสุทันตา ทับทิบแก้ว แม่ที่ลูกเสียชีวิตอีกคนเล่าว่า ก่อนที่หมอจะทำคลอดได้อัลตราซาวด์พบว่าน้องมีอาการหัวใจโต ตนรู้สึกตกใจเพราะก่อนหน้านี้น้องปกติดีทุกอย่าง และให้ไปรอคลอดจากเวลา 3 ทุ่ม ไปจนถึงเที่ยงคืน ตนรู้สึกหายใจไม่ออก และหมอได้ทำการผ่าคลอดให้ หลังคลอดออกมา ลูกร้อง 2 ครั้ง หลังจากนั้นก็ไม่มีอาการตอบสนองใดๆ หลังจากฟื้นขึ้นมาหมอได้แจ้งว่าน้องน้ำหนักตัวน้อย และหายใจช้ากว่าปกติน้องต้องใส่เครื่องช่วยหายใจตลอด คุณหมอให้เหตุผลหลายอย่าง ทั้งปอดติดเชื้อ ตับโต ชัก เกร็ดเลือดต่ำ มีภาวะธาลัสซีเมีย ต่อมาเวลา 5 ทุ่ม หมอมาแจ้งว่าน้องเสียชีวิตแล้วตนจึงไม่มั่นใจว่าสรุปแล้วน้องเป็นอะไรกันแน่ เพราะก่อนหน้านี้ฝากครรภ์น้องก็ปกติทุกอย่าง อยากได้ความชัดเจนถึงสาเหตุการตายของลูก

ขณะที่นางศิริวรรณ เนตรวีระ กล่าวว่าตนได้ผ่าคลอดเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2563 หลังการคลอดคุณหมอได้แจ้งว่า เด็กปกติดีสมบูรณ์ทุกประการ และพยาบาลก็นำลูกมาหาตนเพื่อให้ดูดนมได้สักพัก หลังจากนั้นพยาบาลพยาบาลก็นำน้องไปทำความสะอาด หายไปเป็นเวลานาน จนเวลา 3 ทุ่มครึ่ง คุณหมอแจ้งว่าน้องมีอาการติดเชื้อที่ปอด ไม่สามารถหายใจเองได้ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ จนเวลาตี 3 คุณหมอแจ้งว่าน้องเสียชีวิต ตนจึงสงสัยสาเหตุการเสียชีวิตของลูก และไม่เชื่อว่าน้องจะเสียชีวิตด้วยตัวเอง และขณะนี้ได้ส่งศพลูกไปตรวจพิสูจน์ที่โรงพยาบาลตำรวจแล้ว

ด้าน นพ.สุระ วิเศษศักดิ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่าขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมการจากโรงพยาบาลขึ้นมาตรวจสอบเรื่องดังกล่าวแล้ว สำหรับผู้เสียหายนั้นสามารถขอรับการเยียวยาตาม มาตรา 41 ได้ กรณีที่ผู้ป่วยได้รับความเสียหายจากการบริการทางการแพทย์ ของ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพ พ.ศ.2541 ส่วนเรื่องของคุณภาพของโรงพยาบาลนั้น โรงพยาบาลที่ถูกร้องเรียนเป็นโรงพยาบาลที่มีผู้ป่วยเข้ามาคลอดมากปีละ 7-8 หมื่นคน มีทีมแพทย์เฉพาะทาง 8-9 คน ส่วนการเสียชีวิตปีละเท่าไรนั้นอยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่เบื้องต้นทราบว่าอัตราการเสียชีวิตน่าจะอยู่ในระดับปกติ ส่วนหากเกิดความผิดพลาดอย่างไร จะมีการส่งผู้ตรวจราชการเข้าไปตรวจสอบโรงพยาบาลอีกครั้ง โดยใช้เวลาตรวจสอบไม่เกิน 3 เดือน

ทั้งนี้หลังจากการการพูดคุยเจรจาทางด้านพ่อแม่ และนายอัจฉริยะได้กล่าวถึงผลประชุมว่า เบื้องต้นทางโรงพยาบาลจะเยียวยากับสิ่งที่เกิดขึ้น โดยจะส่งหลักฐาน เวชระเบียนการรักษาให้กับพนักงานสอบสวนภายในอาทิตย์นี้ และจะดำเนินคดีกับแพทย์ที่ทำคลอดใน 2 ข้อหา คือ ประมาท เรียกรับสินบน และเตรียมจะไปร้องแพทยสภาเพื่อให้ดำเนินการทางวินัยและจรรยาบรรณด้วย ด้านพ่อแม่ระบุว่า หลังการพูดคุยก็เบาใจขึ้นเพราะทางโรงพยาบาลยืนยันว่าจะทำเอกสารและนำศพลูกมาคืนให้เพื่อประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป