ครม.ประชุม เราชนะรอบ2

53

จับตาประชุม ครม. ออกมาตรการช่วยเหลือ ผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโ ค วิ ด คลังเสนอขอ งบเพิ่ม เราชนะ รับวงเงินเท่าเดิม พ่วง คนละครึ่ง เฟส 3

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาล ว่า เมื่อเวลา 09.00 น.

วันที่ 20 เม.ย. 064ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม

เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่ง บรรยากาศเป็นไปอย่างเงียบเหงา

เนื่องจากข้าราชการร้อยละ 90 ยังคง ทำงานที่บ้าน

โดยวันเดียวกันนี้ยังคงเป็นการประชุมในลักษณะวิดีโอคอนเฟอเรนซ์

เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โ ค วิ ด โดยรัฐมนตรีจะประชุมอยู่ที่กระทรวงที่รับผิดชอบ

ส่วนรัฐมนตรีที่ยังกักตัวอยู่ก็ให้ประชุมมาจากที่พัก ขณะที่ทีมโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีทั้งสามคนซึ่งอยู่ระหว่างการจากตัวนั้น จะมีการบันทึกเสียงและแถลงผลการประชุม ครม.ผ่านเพจไทยคู่ฟ้า

โดยวาระสำคัญในการประชุม ครม.วันนี้ส่วนใหญ่เป็นเรื่อง

การออกมาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบ า ดของโ ร ค โ ค วิ ด โดยกระทรวงการคลัง

จะเสนอของบประมาณ เพิ่มเติม ใช้ในโครงการเราชนะ เพียงเล็กน้อย เพื่อให้ประชาชน

ที่มีคุณสมบัติเข้าหลักเกณฑ์ได้รับสิทธิ ครอบคลุมทั้งหมด

แต่ทุกคนจะยังได้รับวงเงิน 7,000 บาทเท่าเดิม พร้อมทั้ง

ขอขยายระยะเวลาการใช้เงินในโครงการนี้ เพิ่มอีก 1 เดือนด้วย จากเดิมสิ้นสุดเดือนพฤษภาคม เป็น 30 มิ.ย.นี้

ขณะเดียวกันอาจจะมีการพิจารณา โครงการ “คนละครึ่ง” เฟส 3 เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ

และคาดว่าจะมีแนวทางแก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรคทางการค้าการลงทุน

เพื่อช่วยเหลือประชาชนฐานราก เช่น ลูกจ้างชั่วคราว

รวมถึงบัณฑิตจบใหม่ที่อาจตกงานกว่า 1 ล้านคน ทั้งการขอความร่วมมือเอกชนรับบัณฑิตจบใหม่เข้าทำงาน

ตามโครงการ “รัฐช่วยจ่าย เอกชนช่วยจ่าย”

หลังจากเปิดโครงการเมื่อปีที่แล้ว จำนวน 260,000 อัตรา ระยะเวลาจ้างงาน 1 ปี

ขณะที่ สำนักงบประมาณจะเสนอร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

วงเงิน 3.1 ล้านล้านบาท ให้คณะรัฐมนตรี พิจารณา

เน้นหน่วยงานราชการจัดทำโครงการระยะสั้น 1 ปี ป้องกันและฟื้นฟูเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ ก่อนการประชุมเมื่อผู้สื่อข่าวถามนายกรัฐมนตรีว่า

จะมีการดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและสถานบันเทิง

ที่ปล่อยให้มีการแพร่โ ค วิ ด อย่างไรบ้าง โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอบเพียงสั้นๆว่า “เขาชี้แจงไปหมดแล้ว”