ปาฏิหาริย์ พระธาตุพนม ก่อนเริ่มฟ้าฝนมืดครึ้ม พิธีเริ่ม ฟ้าโปร่งสดใสทันที

869

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 13 กรกฎาคม 2565 ณ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม พระเทพวรมุนี เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนม/ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 10 เป็นประธานฝ่ายสงฆ์

~

~

พร้อมด้วย นายปิตานนท์ ปัญญา นายอำเภอธาตุพนม นำข้าราชการ ประชาชน นักท่องเที่ยว พุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทยชาวลาว ร่วมทำบุญประกอบพิธีเวียนเทียนรอบองค์พระธาตุพนม พร้อมกราบไหว้ขอพรต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง อายุเก่าแก่กว่า 2,500 ปี

~

~

~

~

โดยภายในองค์พระธาตุบรรจุพระอุรังคธาตุ รวมถึงถวายเครื่องสักการะบูชา เพื่อเป็นสิริมงคล เนื่องในวันสำคัญทางศาสนา อาสาฬหบูชา และเทศกาลวันเข้าพรรษา

~

~

ทั้งนี้ ประมาณ 30 นาทีก่อนที่จะมีการประกอบพิธีเวียนเทียน ได้เกิดท้องฟ้าแปรปรวนมืดครึ้ม มีเมฆฝนปกคลุมไปทั่วบริเวณวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร

~

~

และพื้นที่เขตเทศบาลตำบลธาตุพนม แต่พอถึงเวลาประกอบพิธีเวียนเทียน ท้องฟ้ากลับโปร่งใสไร้เมฆหมอก เหมือนมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์เหนือธรรมชาติผลักดันก้อนเมฆลอยไปทางอื่น ทำให้พุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทยชาวลาว ได้ร่วมกันประกอบพิธีเวียนเทียนถวายเป็นพุทธบูชาได้

ถึงแม้ภายหลังจะมีฝนตกลงมาโปรยปรายคล้ายน้ำพระพุทธมนต์ประพรมลงมาจากสรวงสวรรค์ แต่ยังสามารถร่วมพิธีเวียนเทียนจนแล้วเสร็จ โดยเชื่อกันว่าเป็นบารมีปาฏิหาริย์ขององค์พระธาตุพนม ซึ่งปรากฏการลักษณะนี้เกิดขึ้นหลายครั้ง โดยเฉพาะในช่วงประกอบพิธีสำคัญต่างๆ บางครั้งถึงขนาดฝนตกหนักจนลืมหูลืมตาไม่ขึ้น แต่เมื่อเริ่มประกอบพิธีฝนหยุดตกทันที สร้างความเลื่อมใสศรัทธาต่อพุทธศาสนิกชนเป็นอย่างมาก

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ช่วงวันหยุดยาวในวันสำคัญทางศาสนาอาสาฬหบูชาและเทศกาลวันเข้าพรรษา ปีนี้ถือว่าคึกคักกว่าทุกปี หลังโควิดซามีทั้งประชาชนทั้งชาวไทยชาวลาว ตลอดจนนักท่องเที่ยว เดินทางมาเป็นหมู่คณะหรือกับครอบครัว เพื่อกราบไหว้ขอพรต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่มีอายุกว่า 2,500 ปี

ซึ่งทางวัดได้เปิดให้ร่วมทำบุญ รวมถึงจัดกิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนาตลอดช่วงวันหยุดยาว และวันสำคัญทางศาสนา เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงธรรมะ หลังซบเซาจากโควิดระบาดมานานนับ 2 ปี และได้พบกับปรากฎการณ์เหนือธรรมชาติ ในพิธีเวียนเทียนวันอาสาฬหบูชาดังกล่าว